newsicon2avatar pink

WORLD4  Thailand

หมวดหมู่: บทวิเคราะห์
FSSบล.ฟินันเซีย ไซรัส : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน
กลยุทธ์วันนี้ >> Short-Term Sell into Strength//Stay in Domestic Play
          ตลาดหุ้นวานนี้ : SET Index ยังแกว่งตัว Sideways Up ได้ต่อเนื่องโดยปิดบวกได้อีก 5.68 จุด อย่างไรก็ตามเริ่มเห็นแรงขายออกมาในช่วงท้ายตลาดซึ่งสอดคล้องกับที่เราประเมินว่ากรอบการบวกจะเริ่มจำกัดมากขึ้น อย่างไรก็ตามนักลงทุนต่างชาติยังซื้อสุทธิในตลาดหุ้นต่อเนื่องอีก 2.9 พันลบ. และ Long ใน Index Futures อีกกว่า 1.5 หมื่นสัญญา
          แนวโน้มตลาดวันนี้ : เราคาดว่า SET Index จะแกว่งตัว Sideways โดยยังคงมองว่ากรอบการบวกจะจำกัดมากขึ้นหลังปรับตัวขึ้นรับประเด็นบวกต่างๆไปมากแล้วโดยเฉพาะโอกาสในการลดดอกเบี้ยของ FED ปีนี้ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือการประชุม G20 ซึ่งหากไม่มีพัฒนาการเชิงบวกในด้านการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน อาจเก็บภาษีสินค้าจีนส่วนที่เหลือ 3 แสนล้านดอลลาร์ซึ่งจะสร้างความกังวลแก่ตลาดอีกครั้ง อย่างไรก็ตามปัจจัยในประเทศคาดว่ายังหนุนหุ้น Domestic Play จากครม.ชุดใหม่ที่คาดว่าจะเรียบร้อยในเร็วๆนี้ 
          กลยุทธ์ : ขายทำกำไรระยะสั้นบางส่วนในช่วงตลาดปรับขึ้นบริเวณ 1,680-1,700 จุด//พอร์ตหลักยังเน้นถือหุ้น Domestic Play 
          หุ้นเด่นเดือน มิ.ย. : CPALL, GUNKUL, ICHI, SYNEX, TACC
หุ้นเด่นวันนี้: SYNEX
          - แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 12 บาท (PE 15x) 
          - ราคาหุ้นฟื้นกลับมาอยู่ในระดับก่อนที่สหรัฐจะแบนหัวเหว่ย ขณะที่พรุ่งนี้บริษัทจัดประชุมนักวิเคราะห์ซึ่งเลื่อนมาจากการจัดปกติหลังประกาศงบ เราเชื่อว่าบริษัทจะได้ข้อมูลจากหัวเหว่ยมากพอที่จะตอบคำถามและเรียกความเชื่อมั่นได้  
          - แม้ยอดขายมือถือหัวเหว่ยจะเป็น 15-18% ของรายได้ แต่บริษัทเป็นตัวแทนจำหน่ายอีกกว่า 60 แบรนด์ครอบคลุมสินค้าไอทีหลากหลาย และจัดหลังบ้านเรียบร้อย ไม่ได้แบกสต็อกหัวเหว่ยจนน่าเป็นห่วง กำไรที่เราปรับลงก่อนหน้านี้เป็น 772 ลบ. +7% Y-Y สะท้อนกรณีหัวเหว่ยแล้ว ปัจจุบันมี PE เพียง 11.5x ต่ำสุดในรอบกว่า 5 ปีและต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 15x
          Fund Flow วานนี้กระแสเงินทุนไหลเข้าภูมิภาค US$234ล้าน เม็ดเงินส่วนใหญ่ไหลเข้าไทย US$93ล้าน ไม่มีประเทศไหนที่มีเม็ดเงินไหลออก แนวโน้มกระแสเงินทุนมีทิศทางไหลเข้าภูมิภาคจากภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำทั่วโลก
ประเด็นสำคัญวันนี้
          (+) "ในหลวง" โปรดกเล้าฯแต่งตั้ง "ประยุทธ์" เป็นนายกฯคนที่ 29 คาดได้เห็นโฉมหน้าครม.ในอีกไม่กี่วัน งานแรกของรัฐบาลใหม่คือเตรียมเป็นเจ้าภาพการประชุมอาเซียนซัมมิทปลายปีนี้ เร่งจัดทำงบประมาณปี 2563 เราเชื่อว่ารัฐบาลใหม่จะเร่งอัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อบรรเทาการชะลอของศก. กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น CPALL, BJC, ROBINS, HMPRO, GLOBAL, KTC ได้ประโยชน์ ขณะเดียวกันก็เร่งสานต่อโครงการลงทุนต่างๆ เป็นบวกต่อ CK, SEAFCO  
          (+) SAWAD ถือ BFIT เพิ่มจาก 45% เป็น 78% (จาก RO) และจะ Tender offer หุ้นที่เหลือทั้งหมด คาดแล้วเสร็จใน 3Q19 ทำให้บริษัทจะรับรู้กำไรจาก BFIT เพิ่มขึ้นและคาดว่าน่าจะปล่อยสินเชื่อจาก BFIT เพิ่มขึ้นเพราะผลตอบแทนที่เรียกเก็บ มีอัตราที่สูงกว่าการปล่อยในรูปแบบ Non-Bank (SAWAD 2014) เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2019-20 ขึ้น 1.2% และ 6% ตามลำดับ เป็น 3.58 พันลบ. (+29% Y-Y) ในปี 2019 และ 4.15 พันลบ. (+16%Y-Y) ในปี 2020 สะท้อนการรับรู้กำไรจาก BFIT ที่มากขึ้น ปรับราคาเหมาะสมปีนี้ขึ้นเป็น 59 บาท จากเดิม 53 บาท ปรับคำแนะนำขึ้นเป็นซื้อเก็งกำไร จากเดิมถือ         
          (0) WORK แนวโน้มกำไร 2Q19 ยังอ่อนแอตามตลาดโฆษณา แม้ 2Q เป็น High season แต่ปีนี้มีความไม่แน่นอนเรื่องผลเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ประกอบกับ Rating ช่อง WPTV ใน 2Q19 ถึงปัจจุบันยังไม่ฟื้น อยู่ที่ 0.6-0.7 ต่ำกว่า 2Q18 ที่อยู่ที่ 0.75-0.80 ทำให้ต้องมีการปรับผังอีกครั้ง โดยจะมีรายการใหม่ 8-10 รายการเริ่มปลาย ก.ค. เราคาดหวังว่าตลาดโฆษณาใน 2H19 จะดีขึ้นหลังการจัดตั้งรัฐบาล และบริษัทควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายมากขึ้น แต่กำไร 1H19 ที่ฟื้นช้าทำให้เราปรับกำไรปกติปีนี้ลง 10% เหลือ 416 ลบ. +18% Y-Y คงราคาเป้าหมาย 26 บาท แนะนำถือ ในกลุ่ม Media แนะนำ PLANB (TP 8 บาท) และ MAJOR (TP 33 บาท) 
          (-) ตลาดดาวโจนส์ Dow Jones ลดลง 14.17 จุด ปิดที่ 26,048.51 จุด เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังบวกติดต่อกันถึง 6 วัน รวมถึงถูกกดดันจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน 
          (+) ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 3 ได้แรงหนุนจากรัฐบาลจีนออกมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น
          (0) ตลาดเอเชียปรับตัวผสม ท่ามกลางนนักลงทุนจับตากับข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีน 
          (+) ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ล่าสุดอยู่ที่บริเวณ 31.23 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ 
          (+) ราคาน้ำมันดิบ NYMEX เพิ่มขึ้น 1 เซนต์ ปิดที่ 53.27 ดอลลาร์/บาร์เรล ปรับขึ้นเล็กน้อยท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงนักลงทุนจับตา EIA รายงานสต็อกน้ำมันดิบในวันนี้  
          (+) ราคาทองคำ COMEX เพิ่มขึ้น 1.90 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,331.20 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลง รวมถึงหนุนด้วยการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ 
          SPDR Gold Trust ถือครองทองคำ 756.17/-0.25 ตัน
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
12 มิ.ย.      - จีน: อัตราเงินเฟ้อ (พ.ค.)
             - สหรัฐ: อัตราเงินเฟ้อ (พ.ค.)
14 มิ.ย.      - จีน: Industrial Production, Retail sales (พ.ค.)
17 มิ.ย.      - ยูโรโซน: อัตราเงินเฟ้อ (พ.ค.)
18 มิ.ย.      - ไทย: ยอดขายรถ (พ.ค.)
18-19 มิ.ย.   - สหรัฐ: FOMC Meeting
25-26 มิ.ย.   - OPEC ประชุม
28-29 มิ.ย.   - G20
          Contact person : Jitra  Amornthum  Register : 014530
          Contact person : Veeravat Virochpoka Register : 047077
          www.fnsyrus.com
          FB: Finansia Syrus Research