ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ เศรษฐกิจ การลงทุน หุ้น อสังหาริมทรัพย์ ไอที-เทคโนฯ รถยนต์ ท่องเที่ยว ต่างประเทศ รวดเร็วสดใหม่ทุกวัน

ผลการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาบาเซลว่าด้วยการควบคุมการเคลื่อนย้ายข้ามแดนของของเสียอันตรายและการกำจัด สมัยที่ 17 การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญารอตเตอร์ดัม

หมวดหมู่: มติ ครม.
วันที่สร้าง วันพุธ, 15 กรกฎาคม 2569 13:47
ฮิต: 894

ผลการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาบาเซลว่าด้วยการควบคุมการเคลื่อนย้ายข้ามแดนของของเสียอันตรายและการกำจัด สมัยที่ 17 การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญารอตเตอร์ดัม ว่าด้วยกระบวนการแจ้งข้อมูลสารเคมีล่วงหน้า สำหรับสารเคมีอันตรายและสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์บางชนิดในการค้าระหว่างประเทศสมัยที่ 12 และการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสตอกโฮล์มว่าด้วยสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน สมัยที่ 12

 

Gov 3

 

     คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบและเห็นชอบตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ ดังนี้

          1. รับทราบผลการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาบาเซลฯ สมัยที่ 17 การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ สมัยที่ 12 และการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสตอกโฮล์มฯ สมัยที่ 12 (ผลการประชุมรัฐภาคี 3 อนุสัญญา)

          2. เห็นชอบสิ่งที่ประเทศไทยจะดำเนินการตามมติข้อตัดสินใจที่สำคัญจากการประชุมรัฐภาคี 3 อนุสัญญา และมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป

 

สาระสำคัญของเรื่อง

          1. ระหว่างปี 2540 - 2548 ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นรัฐภาคีอนุสัญญาบาเซลว่าด้วยการควบคุมการเคลื่อนย้ายข้ามแดนของของเสียอันตรายและการกำจัด (อนุสัญญาบาเซลฯ) รัฐภาคีอนุสัญญารอตเตอร์ดัมว่าด้วยกระบวนการแจ้งข้อมูลสารเคมีล่วงหน้าสำหรับสารเคมีอันตรายและสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์บางชนิดในการค้าระหว่างประเทศ (อนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ) และรัฐภาคีอนุสัญญาสตอกโฮล์มว่าด้วยสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน (อนุสัญญาสตอกโฮล์มฯ) ที่มีสาระสำคัญ ขอบเขต และวัตถุประสงค์ที่เชื่อมโยงและสอดคล้องกันในประเด็นเกี่ยวกับการควบคุม การกำกับดูแล และการบริหารจัดการสารเคมีและของเสียอันตราย เพื่อคุ้มครองสุขภาพอนามัยของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมจากสารพิษที่ตกค้างยาวนาน ต่อมาในปี 2568 ประเทศไทยได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมรัฐภาคี 3 อนุสัญญา ระหว่างวันที่ 28 เมษายน - 9 พฤษภาคม 2568 คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2568 เห็นชอบกรอบการเจรจาและท่าทีของประเทศไทยสำหรับการประชุมรัฐภาคี 3 อนุสัญญา และการแก้ไขข้อบท 16 และการแก้ไขภาคผนวกที่ 3 ของอนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ และการแก้ไขภาคผนวก เอ ของอนุสัญญาสตอกโฮล์มฯ ตามท่าทีของประเทศไทย โดยให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นำมติข้อตัดสินใจและสิ่งที่ประเทศไทยจะต้องดำเนินการเสนอคณะรัฐมนตรีภายหลังการประชุมรัฐภาคี 3 อนุสัญญา ต่อไป

          2. ภายหลังการประชุมรัฐภาคี 3 อนุสัญญา ทส. ได้จัดการประชุมคณะอนุกรรมการของ 3 อนุสัญญา เพื่อรับทราบผลการประชุมรัฐภาคี 3 อนุสัญญา และเห็นชอบสิ่งที่ประเทศไทยจะดำเนินการตามมติข้อตัดสินใจที่สำคัญจากการประชุมรัฐภาคี 3 อนุสัญญาฯ ซึ่งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.)
[รองนายกรัฐมนตรี (นายสุชาติ ชมกลิ่น) เป็นประธาน] ในการประชุมครั้งที่ 5/2568 เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 ได้มีมติรับทราบและเห็นชอบด้วยแล้ว โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

 

สิ่งที่ประเทศไทยจะดำเนินการ
ตามมติข้อตัดสินใจที่สำคัญจากการประชุม

 

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ระยะเวลาดำเนินการ

1) การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ สมัยที่ 12

แจ้งข้อตัดสินใจต่อสำนักเลขาธิการอนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ ดังนี้ 

1.1) แจ้งข้อตัดสินใจชั่วคราวว่าให้นำเข้าสาร Fenthion (ULV formulations ≥ 640 g a.i./L) ได้ แต่ต้องขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตก่อนการนำเข้า เนื่องจากยังไม่มีการควบคุมในประเทศโดยจะดำเนินการควบคุมเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ภายใน 5 ปี ก่อนจะแจ้งเปลี่ยนการตัดสินใจว่าต้องได้รับใบอนุญาตก่อนนำเข้า

1.2) การนำเข้าสาร Carbosulfan จะต้องได้รับใบอนุญาตก่อนการนำเข้า

 

กรมวิชาการเกษตร

ภายในวันที่
21 กรกฎาคม 2569

2) การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสตอกโฮล์มฯ สมัยที่ 12

2.1) รายงานผลการดำเนินงานของประเทศ ฉบับที่ 6 ให้กับสำนักเลขาธิการอนุสัญญาสตอกโฮล์มฯ

 

กรมควบคุมมลพิษ

ภายในวันที่
31 สิงหาคม 2569

2.2) ดำเนินการจัดประเภทพิกัดศุลกากร รหัสสถิติ และมาตรการควบคุมสาร MCCPs และ Long-chain PFCAs, their salts and related compounds เป็นวัตถุอันตราย ชนิดที่ 3

 

(1) กรมโรงงานอุตสาหกรรม

(2) กรมศุลกากร

ระหว่างปี
พ.ศ. 2568 - 2569

2.3) ดำเนินการขึ้นทะเบียนยกเว้นพิเศษสำหรับ MCCPs (หากมีความจำเป็นต้องผลิตและใช้สาร) ภายในปีแรกที่การแก้ไขภาคผนวก มีผลบังคับใช้

 

กรมควบคุมมลพิษ

ภายในปี พ.ศ. 2570

2.4) สำรวจและจัดทำทำเนียบข้อมูลสาร POPs ในผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้ภายในประเทศ และแจ้งให้สำนักเลขาธิการอนุสัญญาสตอกโฮล์มฯ ทราบ

 

เมื่อกรมควบคุมมลพิษได้จัดทำข้อมูลแล้วเสร็จ

3) การประชุมรัฐสภาภาคีอนุสัญญาบาเซลฯ สมัยที่ 17

3) การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาบาเซลฯ สมัยที่ 17 ขับเคลื่อนการดำเนินงานตามกรอบแผนงานยุทธศาสตร์ ฉบับใหม่สนับสนุนการดำเนินงานของความร่วมมือต่าง ๆ รวมถึงนำแนวทางการจัดการของเสียปรอทที่มีส่วนประกอบ มีหรือปนเปื้อนสารมลพิษ ที่ตกค้างยาวนานในสารชนิดต่าง ๆ ที่ได้การรับรองใหม่ มาใช้ภายในประเทศ

 

(1) กรมควบคุมมลพิษ

(2) กรมโรงงานอุตสาหกรรม

(3) กรมศุลกากร

ไม่ได้ระบุ

       3. สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเห็นชอบ ส่วนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่าเรื่องที่ ทส. เสนอในครั้งนี้ เป็นการดำเนินงานตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2568 กรณีจึงไม่มีประเด็นต้องพิจารณาเกี่ยวกับการเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย คณะรัฐมนตรีจึงพิจารณารับทราบและเห็นชอบตามที่ ทส. เสนอ ได้ตามความเหมาะสม รวมทั้งมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป 

  

(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) 14 กรกฎาคม 2569 

 

g18 

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100